เชื่อได้เลยว่า หลาย ๆ คนต้องไม่เคยเห็นหรือไม่เคยทานขนมชนิดนี้แน่นอน “ข้าวต้มมัดไต้” หรือ “ข้าวต้มหมู” ค่ะ  โดยลักษณะวิธีทำจะคล้ายข้าวต้มมัดไส้กล้วย แต่จะเปลี่ยนเป็นหมูและถั่วเขียวแทน  เป็นของหวานกึ่งคาว  ลักษณะการมัดจะเหมือนไต้ที่ใช้จุดไฟค่ะ  ถ้าไม่เคยเห็นหรือไม่เคยทาน ต้องลองทำค่ะ อร่อยแบบโบราณ แต่ถูกปากคนรุ่นใหม่แน่นอน




ส่วนผสม

1.ข้าวเหนียว 4 ถ้วย (ล้างแล้วแช่น้ำไว้ 4 - 6 ชม. )

2.ถั่วเขียวเราะเปลือก 1+1/2 ถ้วย (ล้าง แช่น้ำ 2 ชม.นึ่งให้สุก)

3.เนื้อหมู หั่นเป็นริ้วยาวเท่านิ้วมือ 25 ชิ้น

(ใช้หมูสามชั้นหรือสันคอหมูก็ได้ค่ะ)

4.สามเกลอ (โขลกกระเทียม พริกไทย รากผักชี)

5.ดอกเกลือ

6.น้ำตาล

7.น้ำมันพืช 3 ชต. (ใช้ผัดไส้ 2 ชต. ทาใบตอง 1 ชต.)

8.ใบตอง (ล้างผึ่งลม เช็ดให้สะอาด)

9.ตอก แช่น้ำไว้ก่อนใช้ 2 ชม.

*ดอกเกลือ คือเกลือที่ตกผลึกครั้งแรกในช่วงเช้า มีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าเกลือธรรมดา ใส่อาหารแล้วรสจะกลมกล่อม กว่าเกลือธรรมดา

ถ้าไม่มี ใช้เกลือธรรมดา ก็ได้ค่ะ



วิธีทำ

- หมักหมูด้วย ดอกเกลือ น้ำตาล สามเกลอ นวดให้เข้ากัน พักไว้ 30 นาที

- เตรียมไส้ โดยผัดสามเกลอกับน้ำมันให้หอม แล้วใส่ถั่วที่นึ่งแล้วลงไป ปรุงรสด้วยดอกเกลือ และน้ำตาล ผัดให้เข้ากัน ตักใส่ถ้วยพักไว้

- เทข้าวใส่กระชอน เพื่อให้สะเด็ดน้ำ โรยเกลือลงไปเล็กน้อย คลุกเคล้าให้เข้ากัน

-ตักข้าวใส่ใบตอง ตามด้วยไส้ถั่ว และหมู ห่อให้เป็นกลีบยาว ใช้ตอกมัดให้แน่น แล้วนำไปต้มในน้ำเดือด 1 ชม.



ขอบคุณภาพและสูตรอาหารจากคุณ Supaporn Kumnodnae

มาต่อกันที่สูตรขนมแบบไทย ๆ กันอีกสักสูตรนะคะ สำหรับวันนี้แอดมินนำเสนอ “สูตรบัวลอยแก้วมะพร้าวอ่อน” ค่ะ  ขนมชนิดนี้นอกจากจะเหนียวนุ่ม หอมหวานมันกะทิแล้ว สีสันยังสวยเหมือนอัญมณีเลยนะคะ อาหารตา อาหารปากจริง ๆ  ใครว่าขนมไทยทำยาก ต้องลองทำดูแล้วจะรู้ว่าไม่ยากอย่างที่คิดเลยค่ะ




วัตถุดิบ

1.น้ำจากดอกอัญชัน 1 ถ้วยตวง

2.แป้งมันสำปะหลัง 2 ถ้วยตวง

3.แป้งมันหรือแป้งท้าว 8 ช้อนโต๊ะ(สำหรับตอนทำส่วนหวานค่ะ)

4.น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง

5.เกลือป่น 1  ช้อนชา

6.กะทิ  2 ถ้วยตวง

7.เนื้อมะพร้าวอ่อน

8.น้ำมะนาว นิดหน่อย

9.น้ำลอยดอกมะลิ 4 ถ้วยตวง (จะใช้ดอกมะลิ หรือกลิ่นมะลิ ขวด ได้ค่ะ)



วิธีทำ

1.นำดอกอัญชันล้างให้สะอาดนำมาตำให้ละเอียดแล้วนำไปกรองบีบมะนาวใส่นิดหน่อยสีจะม่วงขึ้นค่ะ จากนั้นนำไปต้มให้เดือดจัดแล้วนำมาเทใส่แป้งมันที่เราเตรียมไว้ รีบใช้ไม้พายคนให้เข้ากัน แล้วใช้มือนวดค่ะ

 

2.นำแป้งที่ได้ไปปั้นยาวๆแล้วเอามีดหั่นเล็กๆ จากนั้นนำไปต้มในน้ำเดือด พอแป้งลอยขึ้นคือสุกค่ะ ตักออกมาพักไว้ในน้ำเปล่า

 

3.ส่วนหวาน นำแป้งมันหรือแป้งท้าวมาผสมกะน้ำตาลทราย น้ำลอยดอกมะลิ (หรือกลิ่นมะลิ)คนให้ละลาย แล้วนำไปตั้งไฟ ให้แป้งสุก พอแป้งสุกน้ำมันจะใสๆ จากนั้นนำแป้งที่เราต้มพักไว้ มาใส่ รอให้เดือดอีกครั้ง ปิดไฟค่ะ

 

4.ส่วนกะทิ นำกะทิ เกลือป่น ตั้งไฟอ่อนๆ ไม่ต้องรอเดือดนะคะ พอให้อุ่นๆร้อนๆพอ นานเด๋วกะทิจะแตกมันค่ะ เสร็จแล้วคร้าา

 

ขอบคุณภาพและสูตรอาหารจากคุณ  tuEn

แอดมินเอาสูตรการทำขนมไทยมาฝากอีกแล้วค่ะ  สำหรับวันนี้จะมาเสนอ “ขนมฟักทอง” นั่นเอง  สำหรับขนมชนิดนี้ หลาย ๆ คนโตมาก็มีคุณแม่ทำให้ทานเองในบ้านอยู่บ่อย ๆ  แต่บางคนก็ซื้อทานอย่างเดียว  ความจริงขนมฟักทองนี้ทำง่ายมากนะคะ  มาลงมือกันดู ทำอร่อย ๆ เผลอๆ จะมีรายได้เสริมไม่รู้ตัวนะคะเนี่ย




สิ่งที่ต้องเตรียม

  • ฟักทอง 500 กรัม (ปอกเปลือก และหั่นเป็นชิ้น ๆ)

  • แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย

  • แป้งมันสำปะหลัง 1/4 ถ้วย

  • มะพร้าวขูด 50 กรัม

  • น้ำตาลทราย 1 ถ้วย

  • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

  • กะทิ 1 ถ้วย

  • ถ้วยตะไลสำหรับนึ่ง


 

วิธีการทำ

  1. นำฟักทองที่ได้เตรียมไว้ ไปนึ่งจนสุกแล้วนำออกมาพักทิ้งไว้จนเย็นสนิท


 

  1. นำแป้งข้าวเจ้าและแป้งมัน ใส่ลงในฟักทองที่นึ่งสุกแล้ว


 

  1. นำมานวดผสมให้เข้ากันดี


 

  1. ทำการใส่มะพร้าวขูด น้ำตาลทราย และเกลือป่นลงไปนวดต่อ


 

  1. จากนั้นค่อยๆ เติมกะทิลงไป แล้วคนผสมจนเข้ากันดีและน้ำตาลทรายละลายจนหมด


 

  1. ทำการตักส่วนผสมใส่ถ้วยตะไลประมาณ 3/4 ของถ้วย


 

  1. จากนั้นนำไปนึ่งที่มีน้ำเดือดประมาณ 15-20 นาทีจนแป้งสุกและใส


 

  1. เมื่อนึ่งเสร็จแล้ว ให้ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น


 

  1. ทำการแคะขนมออกจากถ้วย เป็นอันเสร็จ


 

เคล็ดลับความอร่อยที่อยากจะเปิดเผย หากใครอยากให้ขนมออกมาดูเป็นแบบไทยๆมากขึ้น ให้ใช้วิธีนึ่งด้วย “กรวยใบตอง” ซึ่งมีวิธีการทำดังต่อไปนี้

  1. ก่อนทำการนึ่งให้นำใบตองมาเช็ดให้สะอาด

  2. ทำการเจียนใบตองเป็นวงกลม แล้วม้วนเป็นทรงกรวยเล็กๆ

  3. จากนั้นกลัดด้วยไม้กลัด แล้วตักขนมฟักทองใส่ลงไปประมาณ 3/4 ของกรวย

  4. นำไปเสียบลงในช่องของชุดนึ่ง (แบบช่องเว้นช่อง) แล้วทำการนึ่งจนสุก เป็นอันเสร็จ


 

หลังจากที่ได้อ่านกันแล้ว ก็ได้ทราบถึงสูตรลับขนมฟักทอง เนื้อเหนียวนุ่ม เคี้ยวหนุบหนับ อร่อยจับใจกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว น่ากินมากเลยใช่ไหมละ แถมยังทำไม่ยากอีกด้วย สุดสัปดาห์นี้มาเข้าครัวกันดีกว่า

 

ขอบคุณภาพและสูตรอาหารจาก  khaoza.net

 

เชื่อได้เลยว่าสำหรับอาหารในร้านตามห้าง อย่าง “ไก่นิวออลีน” ต้องเป็นที่โปรดปรานของคุณ ๆ ที่ชอบอาหารฟาสต์ฟู้ดเป็นแน่   ยิ่งถ้าเป็นเด็กๆ ด้วยแล้ว รสชาติถูกปากจนร้องอยากกินทุกสุดสัปดาห์เลยก็ว่าได้  แต่จะพาไปทานข้างนอกบ่อย ๆ ก็จะไม่แพงเกินเหตุ มาลงมือทำทานเองกันในบ้านดีกว่า  ประหยัดงบ ทานกันได้จุใจทั้งบ้านเลยด้วย  สูตรนี้รสชาติเหมือนตามร้านเป๊ะเลยด้วยนะ มาลงมือกันค่ะ




วิธีทำบัฟฟาโลวิงซ์ในเตาอบ เสริฟได้ 6-8 ชิ้น สิ่งที่คุณต้องเตรียม

ส่วนผสมไก่นิวออรีน

- ปีกไก่ หนักประมาณ 3 ปอนด์

- เนย 6 ช้อนโต๊ะ

- เกลือ 1/2 ถ้วย

- ซอสพริก 1 ช้อนชา

- ครีมบลูชีส สำหรับเสริฟ



อุปกรณ์ทำไก่นิวออรีน

- มีดหรือกรรไกรสำหรับทำครัว

- ถ้วยและช้อนตวง

- ชามผสม

- ถาดรองอบ

- ฟอยล์

 

วิธีทำไก่นิวออรีน

1.ใช้กรรไกรหรือมีดตัดแบ่งไก่ออกเป็น 2 ส่วน เอาปลายปีกทิ้งหรือจะเก็บไว้เป็นสต๊อกก็ได้

 



2.วางปีกไก่ทิ้งไว้บนโต๊ะเพื่อคายความเย็น แล้วเตรียมไปทำน้ำซอส เพราะถ้าปีกไก่ยังเย็นอยู่จะทำให้ส่วนผสมของซอสและเนยที่โดนความเย็นเกิดวุ้น

 

3.ทำซอสด้วยการละลายเนยในกระทะขนาดเล็กใช้ความร้อนต่ำ เมื่อเนยละลายแล้วนำออกจากเตาและใส่ซอสพริกและเกลือลงไป





4.นำปีกไก่ทั้งหมดใส่ลงในชามผสม เทน้ำซอสลงไปในชามครึ่งนึง

 



5.คลุกเคล้าปีกไก่กับส่วนผสมให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้บนโต๊ะ 20 - 30นาที และคุณสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้นานถึง 24 ชั่วโมง โดยใช้น้ำซอสส่วนที่เหลืออยู่ (ถ้าคุณแช่เย็นน้ำซอสจะกลายเป็นวุ้น แต่ก็ไม่เป็นไร)

 

6.เมื่อพร้อมอบให้นำปีกไก่ 6-8 ชิ้น ใส่ไว้ในถาดรองอบที่มีฟอยล์รองอยู่



7.วางปีกไก่ให้มีระยะห่างจากกันเล็กน้อย และนำเข้าอบ

 

8.ย่างประมาณ 10 - 12 นาที จากนั้นพลิกกลับอีกด้าน



9.ย่างต่ออีก 10 - 12 นาที ผิวของปีกจะกรอบเนื้อจะตึงและไม่ติดกระดูก

 

10.เทน้ำซอสที่เหลืออยู่ให้ทั่วปีกไก่

 

11.นำปีกไก่ใส่ลงในจาน เคียงข้างด้วยครีมบลูชีสและต้นคึ่นช่าย พร้อมเสริฟได้ทันที



ขอบคุณสูตรอาหารและภาพประกอบจาก  The Kitchn

 

วันนี้แอดมินเอาสูตรอาหารอร่อยดีต่อสุขภาพมาฝากค่ะ  ใครที่กำลังไดเอ็ตอยู่ ลองทำทานกันดูได้  เบา ๆ แต่อยู่ท้อง ได้ไฟเบอร์เยอะเลยด้วย  สำหรับอาหารในวันนี้ก็คือ “สลัดม้วนซัมเมอร์โรล” นั่นเอง  ทำไม่ยากค่ะ คล่องแล้วจะทำแพ็คกล่องขายหารายได้เสริมไปด้วยก็ยังได้อีกนะคะ มาดูสูตรกันเลย




ทำซัมเมอร์โรลส์ 16 ชิ้น สิ่งที่คุณต้องเตรียม

ส่วนผสมสลัดม้วนซัมเมอร์โรล

สำหรับไส้

น้ำ 1 ลิตร

กุ้งไซส์กลางดิบ 24 ตัว หนักประมาณ 1 ปอนด์ แกะเปลือกและเอาหางออก

น้ำส้มสายชูเวเนก้า 1/2 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทราย  1/2 ช้อนชา

น้ำปลา 1 ช้อนชา

น้ำมะนาว 1/2 ลูก ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ

แตงกวาลูกเล็ก 1 ลูก เอาเมล็ดออก

แครอทไซส์กลาง 1 ลูก หัวไชเท้ากลมแดง 2 ลูก ปอกเปือกและหั่นเป็นเส้นบางๆ ต้นหอมหั่น 1 ต้น

 

ส่วนผสมในการทำโรล

เส้นก๋วยเตี๋ยว 4 ออนซ์ หรือเส้นหมี่ขาว

น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา

แผ่นแป้งห่อ 16 แผ่น ขนาด 8 1/2 นิ้ว

ใบโหระพาสดหรือใบสะระแหน่ 30 ใบ

ผักกาดหอม 8 ใบ

 

อุปกรณ์

มีด

เขียง

จานพาย

ชามผสมขนาดเล็ก

ถ้วยและช้อนตวง

 

วิธีทำสลัดม้วนซัมเมอร์โรล

  1. นำน้ำใส่กระทะใบกลางต้มด้วยความร้อนสูง ใส่กุ้งลงไปในน้ำเดือดประมาณ 1 นาที เอากุ้งออกใส่ลงในอ่างน้ำเย็นปล่อยทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วเทน้ำออก หั่นกุ้งออกครึ่งตัวในแนวขนาน หรือที่เรียกว่า butterflying และพักไว้ จากนั้นเตรียมน้ำอุ่นสำหรับการทำก๋วยเตี๋ยว




 

  1. ใส่น้ำส้มสายชู, น้ำตาล, น้ำปลาและน้ำมะนาวลงในชามใบใหญ่ เพิ่มแตงกวา แครอท หัวไชเท้ากลมแดง และต้นหอมเข้าไปด้วย จากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากัน




 

  1. ถ้าเส้นก๋วยเตี๋ยวยาวมากเกินไปให้ตัด นำน้ำใส่กระทะตั้งเตาเมื่อน้ำร้อนแล้วใส่เส้นก๋วยเตี๋ยวลงไปปล่อยทิ้งไว้จนเส้นนุ่มประมาณ 10 นาที จากนั้นเทน้ำทิ้งเอาเส้นก๋วยเตี๋ยวใส่ชามเติมน้ำมันงาและคลุกเคล้าให้เข้ากัน




 

  1. แช่แผ่นแป้งด้วยน้ำตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องจนเส้นนุ่มประมาณ 30 วินาที หยิบขึ้นมาด้วยความระมัดระวังและวางลงบนพื้นที่สะอาด




 

  1. วางใบสะระแหน่หรือใบโหระพาลงบนแผ่นแป้งด้านซ้าย จากนั้นนำกุ้ง 3-4 ชิ้นวางทับลงไป นำผักกาดหอมห่อส่วนผสมผักประมาณ 1/4 ถ้วยและเส้นก๋วยเตี๋ยวอีก 1-2 ช้อนโต๊ะ วางไว้ด้านขวาของกุ้งเว้นระยะห่างเล็กน้อย


 



  1. พับแผ่นแป้งด้านบนและด้านล่างทับไส้ จากนั้นพับด้านซ้ายที่มีกุ้งม้วนไปทางด้านขวาให้แน่น และเอาด้านที่เป็นตะเข็บปิดวางไปบนถาดรองอบและคลุมด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ ทำซ้ำกับไส้ที่เหลืออยู่และเพิ่มน้ำลงไปในจานตามความจำเป็น




 

  1. หั่นโรลออกครึ่งหนึ่งในแนวทแยงมุม แล้วเสริฟพร้อมซอสถั่วลิสงสำหรับจิ้ม


 

หมายเหตุสูตร

สามารถทำซัมเมอร์โรลไว้ล่วงหน้า 2 ชั่วโมงโดยการนำพลาสติกมาห่อคลุมไว้ในอุณหภูมิห้อง

 

ขอบคุณสูตรอาหารและภาพประกอบจาก  The Kitchn

 

จะทานสเต๊กดี ๆ ทั้งที คุณอาจต้องจองร้านล่วงหน้าเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนๆ  จะทำแบบนั้นไปทำไมในเมื่อคุณก็ทำทานเองที่บ้านง่าย ๆ ไม่ต่างกับที่ร้านเลย  วันนี้แอดมินเอาสูตรดี ๆ ในการทำ “พอร์คชอป” แบบง่าย ๆ ที่คุณทำทานเองได้ด้วยเตาอบในบ้าน  มาดูกันค่ะว่าทำอย่างไรบ้าง




ส่วนผสม

- สำหรับน้ำเกลือ (ตัวเลือกเสริม)

- น้ำเย็นแบ่งออกเป็น 3 ถ้วย

- เกลือ 3 ช้อนโต๊ะหรือ 2 ½ ช้อนโต๊ะ

- เครื่องปรุงเสริม กระเทียมทุบ 2 กลีบ พริกไทยดำ ½ ช้อนชา และใบกระวาน 1 ใบ

 

สำหรับพอร์คชอป 2-4 ที่

- หมูติดกระดูกส่วนบนหนา 3/4 นิ้วถึง 1 นิ้ว หรือหนักประมาณ 1 ปอนด์ในแต่ละชิ้น

- น้ำมันมะกอก

- เกลือ

- พริกไทย

 

อุปกรณ์ทำพอร์คชอป

- จานก้นตื้นสำหรับแช่น้ำเกลือ

- กระทะเหล็กขนาดใหญ่ สแตนเลสสตีล หรือกระทะมีด้ามจับ

- ที่คีบ

 

วิธีทำพอร์คชอป

  1. หากคุณมีเวลาควรแช่หมูในน้ำเกลือ เพื่อเพิ่มรสชาติและทำให้เนื้อหมูฉ่ำขึ้น นำน้ำ 1 ถ้วยไปต้มใส่เกลือและคนให้เกลือละลาย จากนั้นให้เติมน้ำเย็นลงไป 2 ถ้วยเพื่อให้ได้น้ำที่อุณหภูมิห้อง นำหมูวางลงในจานก้นตื้นและเทน้ำเกลือรดลงไปด้านบน ให้ทั่วเนื้อหมู ถ้าไม่อยากเพิ่มน้ำให้ใช้เกลือ 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ถ้วยผสมกันแช่หมู หาที่ปิดจานนำเข้าตู้เย็นแช่เป็นเวลา 30 นาทีหรือนานถึง 4 ชั่วโมง




  1. วอร์มเตาอบด้วยความร้อน 400 ° F นำกระทะวางไว้กลางเตาอบ


 

  1. ในขณะที่เตรียมเตาอบให้ร้อน นำหมูออกมาจากน้ำเกลือ ใช้กระดาษทิชชูซับให้แห้งจากนั้นทาด้วยน้ำมันมะกอกแล้วโรยด้วยเกลือ พริกไทย และควรวางหมูสลับข้างกัน


 

  1. ใส่ถุงมือและนำกระทะออกจากเตาอบอย่างระมัดระวัง จากนั้นให้นำกระทะไปตั้งบนเตาแก๊สและใช้ไฟปานกลาง ควรเปิดพัดลมหรือหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ




 

  1. จี้พอร์คชอปในกระทะร้อน คุณจะได้ยินเสียงดังฉ่าๆ จี้จนกว่าจะมีสีทองอ่อนประมาณ 3 นาที ลดไฟลงได้ถ้ารู้สึกว่าร้อนเกินไป


 

 

  1. ใช้ที่คีบๆ พอร์คชอปพลิกกลับอีกด้านอย่างรวดเร็วและนำกระทะเข้าเตาอบทันที ขั้นตอนนี้อย่าลืมใช้ถุงมือกันความร้อน


 

7.ย่างพอร์คชอปจนสุกด้วยความร้อน 140 ° F ถึง 145 ° F ใช้เครื่องวัดอุณหภูมิวัดตรงส่วนของเนื้อหมู ทันทีที่เครื่องวัดอุณหภูมิอ่านตัวเลข ใช้เวลาอีก 6-10 นาทีในการปรุงขึ้นอยู่กับความหนาของพอร์คชอป ค่อยเช็คดูทุกๆนาทีจนกว่าหมูจะสุกทั่วทั้งหมด



 

  1. นำพอร์คชอปย้ายลงจาน และเทน้ำจากกระทะราดไว้ด้านบน ส่วนที่เหลือให้เก็บไว้ทำซอสหรือน้ำเกรวี่ จากนั้นให้นำฟอยล์มาคลุมปิดไว้หลวมๆอย่างน้อย 5 นาทีก่อนเสิร์ฟ




 

ขอบคุณสูตรอาหารและภาพประกอบจาก  The Kitchn

เชื่อไหมคะคุณผู้อ่าน อาหารที่ขายได้กำไรมากที่สุด กลับเป็นเครื่องดื่มนั่นเองค่ะ เรียกได้ว่ากำไร 2-3 เท่าตัวเลยก็ว่าได้  ใครที่กำลังมองหาไอเดียหารายได้กันอยู่ มาลองขายเครื่องดื่มกันดู วันนี้แอดมินเอาสูตรการชง “กาแฟ โอเลี้ยง ยกล้อ กาแฟโบราณ” มาฝาก แต่ละสูตรเข้มข้น ดื่มสดชื่น ตาสว่าง ลูกค้าผูกขาประจำแน่นอนค่ะ  มาดูสูตรกันเลย




สูตรชงเนสกาแฟร้อน

เนสกาแฟ 2 ช้อนชา

คอฟฟี่เมต 2 ช้อนชา คนให้เข้ากัน

นมข้นหวาน 2 ช้อนชา (อาจจะเพิ่มตามเหมาะสมถ้าชอบหวาน)

เติมน้ำ 2/4 แก้ว

ใส่นมสดไม่ต้องคนเพราะคนทานจะคนเอง

****************************************************

 

สูตรชงเนสกาแฟเย็น

เนสกาแฟ 2 ช้อนชา

คอฟฟี่เมต 2 ช้อนชา

น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

เติมน้ำ 3/4 แก้ว

นมข้นหวาน 2 ช้อนชา

คนให้เข้ากันเทใส่น้ำแข็งโรยนมสด

***************************************************

 

สูตรชงกาแฟโบราณร้อน

เทน้ำกาแฟครึ่งแก้ว

นมข้น 2 ช้อนชา

เทนมสดใส่ลงไป

ไม่ต้องคน เสิร์ฟเลย

 

***************************************************

โอเลี้ยง

ส่วนผสม  (สำหรับ 2-3 เสิร์ฟ)

ผงโอเลี้ยง 5-6 ช้อนโต๊ะ

น้ำ 1 1/2 ถ้วย

น้ำตาลทราย 10 ช้อนโต๊ะ

น้ำแข็ง

 

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำจนเดือด เตรียมไว้

  2. ใส่ผงโอเลี้ยงลงในถุงกาแฟ นำไปวางลงในเหยือกสแตนเลส เทน้ำเดือดลงไป เขย่าถุงเล็กน้อยให้น้ำทั่วถึงกาแฟ พักทิ้งไว้ 7-10 นาที

  3. ใส่น้ำตาลลงในแก้วตามชอบ เทโอเลี้ยงตามลงไปคนผสมให้น้ำตาลทรายละลาย เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็งจนเต็ม พร้อมเสิร์ฟ


***************************************************

 

ยกล้อ

ส่วนผสม (สำหรับ 2-3 เสิร์ฟ)

ผงโอเลี้ยง 5-6 ช้อนโต๊ะ

น้ำ 1 1/2 ถ้วย

น้ำตาลทราย 10 ช้อนโต๊ะ

น้ำแข็ง

นมข้นจืด

 

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำจนเดือด เตรียมไว้

  2. ใส่ผงโอเลี้ยงลงในถุงกาแฟ นำไปวางลงในเหยือกสแตนเลส เทน้ำเดือดลงไป เขย่าถุงเล็กน้อยให้น้ำทั่วถึงกาแฟ พักทิ้งไว้ 7-10 นาที

  3. ใส่น้ำตาลลงในแก้วตามชอบ เทโอเลี้ยงตามลงไปคนผสมให้น้ำตาลทรายละลาย เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็ง ประมาณ 3/4 แก้ว แล้วเทนมข้นจืดลงไปจนเต็มแก้ว พร้อมเสิร์ฟ


***********************************************************

 

กาแฟโบราณเย็น

 

ส่วนผสม (สำหรับ 2-3 เสิร์ฟ)

ผงโอเลี้ยง 5-6 ช้อนโต๊ะ

น้ำ 1 1/2 ถ้วย

น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ

นมข้นหวาน 9 ช้อนโต๊ะ

นมข้นจืด

น้ำแข็ง

 

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำจนเดือด เตรียมไว้

  2. ใส่ผงโอเลี้ยงลงในถุงกาแฟ นำไปวางลงในเหยือกสแตนเลส เทน้ำเดือดลงไป เขย่าถุงเล็กน้อยให้น้ำทั่วถึงกาแฟ พักทิ้งไว้ 7-10 นาที

  3. ใส่น้ำตาลทรายลงในแก้ว ตามด้วยนมข้นหวาน เทโอเลี้ยงใส่ลงไป คนผสมให้เข้ากันจนน้ำตาลทรายละลาย เทใส่ลงในแก้วที่มีน้ำแข็งประมาณ 3/4 แก้ว แล้วเทนมข้นจืดลงไปจนเต็มแก้ว พร้อมเสิร์ฟ


 

**********************************************************

 

ชาร้อนโบราณ

 

เติมผงชาใส่ถุงชง 3 ช้อนโต๊ะ ใส่น้ำร้อน ถ่ายเทไปมา ขั้นตอนเหมือนกาแฟ

-เทน้ำชาครึ่งแก้ว

-นมข้น 2 ช้อนชา

-เทนมสดลงไปนับ1-2-3ไม่ต้องคนเช่นกัน เสิร์ฟเลย

**********************************************************

ชาดำเย็น

 

-เทน้ำชาที่อยู่ในถุงชง 1/2 แก้ว

-ใส่น้ำตาลทราย1 ช้อนครึ่ง ช้อนโต๊ะ แล้วคนให้ละลาย

-ตักน้ำแข็งเต็มแก้ว เทชาที่ชงแล้วใส่แก้วน้ำแข็ง พร้อมเสริฟ

-ถ้าอยากได้ชามะนาวใส่น้ำมะนาวลงไปครึ่งลูก และเติมเกลือลงไปปลายช้อนเล็กน้อยก่อนใส่น้ำแข็ง

**********************************************************

ชาเย็น (ชานม)

 

-เทน้ำชาที่อยู่ในถุงชง เทใส่แก้ว 1/2 แก้ว

-ใส่นมข้น 2 ช้อนชา

-ใส่น้ำตาลทราย 1 ช้อนครึ่ง (ช้อนโต๊ะ) คนให้เข้ากัน

-ตักน้ำแข็งใส่แก้ว เทนมสดโรย เทน้ำชาที่ชงไว้ แล้วตามด้วยนมสด วนรอบปากแก้วอีกครั้ง

*********************************************************

 

สูตรโอวัลติน ร้อน

 

-ตักผงโอวัลติน(สูตร 3)   2ช้อนชา

-เติมน้ำร้อน1/2 แก้วชงให้ละลาย -นมข้นหวาน 2 ช้อนชา

-เหยาะนมสดนับ 1 พร้อมเสิร์ฟเลย

*********************************************************

 

สูตรโอวัลตินเย็น

 

-ตักผงโอวัลติน(สูตร 3) 2ช้อนชา

-น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำร้อน 1/2 แก้ว คนให้ละลาย

-นมข้นหวาน 2 ช้อนชา คนให้ละลาย

-ตักน้ำแข็งใส่แก้วโรยนมสด ตามด้วยน้ำโอวัลตินที่ชงไว้แล้ว ตามด้วยนมสดวนรอบปากแก้ว...พร้อมเสิร์ฟเลย

*********************************************************

 

สูตรน้ำแดงชง

 

-น้ำหวานเฮลบลูบอย์ครึ่งแก้ว

-ใส่น้ำร้อนลงไป 3/4 แก้ว

-ถ้าลูกค้าต้องการหวานๆใส่น้ำตาลทราย 1-2 ช้อนโต๊ะ

-ใส่น้ำแข็ง เสริฟ

*********************************************************

 

สูตรโกโก้ร้อน

 

-ตักผงโกโก้ 1 ช้อนชา

-น้ำตาล 1 ช้อนชา

-ใส่น้ำร้อน1/2 แก้ว คนให้ละลาย

-นมข้นหวาน 1 ช้อนชา

-เหยาะนมสด นับ 1-2-3 เสริฟพร้อมน้ำชาร้อน

 

*********************************************************

 

ขอบคุณภาพและสูตรอาหารจาก คุณวิโรจน์ สระบัว

วันนี้แอดมินเอาสูตรขนมเย็นชื่นใจมาฝากค่ะ ใครวางแผนหารายได้พิเศษจะลองเอาสูตรนี้ไปทำขายก็ไม่ผิดกติกานะคะ  สำหรับของหวานวันนี้ก็คือ “เต้าฮวยนมสด” นั่นเอง  ทำแช่เย็นไว้ทานในบ้านก็อร่อยหวานหอม  หรือจะทำขายก็รับรองลูกค้าเข้าคิวซื้อแน่นอน  มาดูสูตรกันค่ะ




วัตถุดิบในการทำตามสูตรคุณแม่สลิ่มด้านล่างเลยค่ะ

สำหรับตัวเต้าฮวย

น้ำสะอาด 1 ถ้วยตวง

นมสดจืด 1 ถ้วยตวง

นมข้นจืด 1 ถ้วยตวง

นมข้นหวาน 7-8 ช้อนโต๊ะ

ผงวุ้น 1 ช้อนชา

เจลลาตินแผ่นสั้น 1 แผ่น (ขนาด 3.5×5 นิ้ว)

สำหรับน้ำราด

นมสดจืด 1/2 ถ้วยตวง

นมข้นจืด 1/2 ถ้วยตวง

นมข้นหวาน  มากน้อยตามชอบ

สำหรับฟรุตสลัด  เลือกยี่ห้อที่ชื่นชอบ

วันนี้เจ้าของกระทู้ทำ 4 เท่าของสูตรแม่สลิ่ม  เพราะชอบกินทั้งเต้าฮวยฟรุตสลัด และเต้าฮวยนมสด ใส่ผงวุ้น น้ำ นมสดจืด นมสดข้น ใส่หม้อแล้วคนให้เข้ากัน  เพื่อไม่ให้วุ้นละลายไม่นอนก้นหม้อ

 

ส่วนผสมที่เห็นจะเป็น 4 เท่าของสูตรนะค่ะ

 

นำหม้อไปตั้งไฟแรงพอเดือดก็ค่อยลดไฟกลางเคี่ยวต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ผงวุ้นละลาย



ระหว่างนี้ก็นำแผ่นเจลาตินไปแช่น้ำธรรมดา  จะบอกว่าแผ่นเจลาตินหาซื้อยากมากกว่าจะได้มา  แล้วซื้อมาขนาดก็ไม่เท่าพอดีกับขนาดของสูตรแม่สลิ่ม  กลัวจะผิดสูตรต้องเอาไม้บรรทัดมาวัดและตัดให้พอดี แช่น้ำให้พองแล้วปล่อยให้สะเด็ดน้ำแล้วค่อยนำขึ้นมา



นำเจลาตินที่ช้อนขึ้นมาใส่ในหม้อ ใช้ตะกร้อคนให้ละลาย แล้วน้ำไปตั้งไฟอ่อน ๆ



ใส่นมข้นหวานไปอันดับสุดท้าย คนให้เข้ากันยกลงพักไว้

 

เตรียมทำน้ำราดวัตถุดิบก็คล้าย ๆ ของเดิม นมข้นจืดไม่พอ จขกท.เลยใส่นมสดจืดไปแทน

 

เต้าฮวยที่แช่ตู้เย็นไว้เซทตัวแล้ว นิ่มอร่อยกำลังดีเลยค่ะ



หันมาเตรียมฟรุตสลัดค่ะ  ตอนซื้อก็ไม่ได้นึกว่าทำ 4 เท่าของสูตร เลยซื้อมากระป๋องเดียว  ผลไม้น้อยมากเด็ก ๆ บ่นกันอุบเลย



ตักฟรุตสลัดใส่ถ้วยเต้าฮวย ตามประสาคนชอบถ่ายรูป   เต้าฮวยนมสมไม่สวยเลยเพราะฟรุตสลัดน้อย  ก็เลยจัดการตักแบบเต็ม ๆ ไว้ 2  แก้ว  เด็ก ๆ บอกว่าแม่หนูให้แม่น่ะสองแก้วนี้  ฟังแล้วน้ำตาจะไหล  ทีแรกนึกว่าแย่งกันกินสองแก้วนี้ซะอีก



 

กินตอนเช้า สาย บ่าย เย็น ไม่ว่าเวลาไหนก็อร่อยทุกที่ทุกเวลาค่ะ เต้าฮวยนมสด นุ่มๆ หอมนมสด แช่เย็นสักหน่อย บอกได้เลยค่ะ ว่า ฟินสุดๆ อากาศร้อนๆ ช่วงเวลาเครียดๆ แบบนี้ ลองกินเต้าฮวยนมสดเย็นๆสักถ้วยสิคะ รับรองว่า คุณจะอร่อยจนหายร้อนลืมเครียดไปเลยล่ะคะ

 

ขอบคุณภาพและสูตรอาหารจาก คุณคิดถึงคุณยายดอกฝ้าย สมาชิกเวปไซต์พันทิปดอทคอม

แม้จะเป็นฤดูฝนหรือฤดูหนาว อากาศเมืองไทยก็ยังคงร้อนอยู่ดีค่ะ  วันหยุดสุดสัปดาห์ไหนว่างๆ เรามาลงมือทำ “ไอศกรีมถั่วดำ”  ไว้ทานกันเองในครอบครัวดีกว่า  สูตรนี้อร่อยหอมมัน อย่าบอกใครเลย  ทำติดตู้เย็นไว้ลูกๆ ไม่ร้องหาไอติมนอกบ้านแน่ค่ะ




 

  1. แค่เอาถั่วดำต้มกะทิ (วันนี้ซื้อมาจาก ร้านขนมไทย ในซ . ละลายทรัพย์ค่ะ) มาใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้




  1. นำไปแช่ช่องแข็ง นำไปแช่ช่องฟรีซ สัก 2-3 ชั่วโมง




  1. แค่นี้ ก็ได้ ไอศครีมถั่วดำ มาทานดับร้อนแล้วค่ะ




 

ขอบคุณภาพและสูตรอาหารจากคุณ Emm Peraporn
ขนมไทยโบราณนั้น แม้จะมองดูยุ่งยากสำหรับคนสมัยใหม่ แต่ความจริงแล้วขนมหลาย ๆ ชนิดมีพื้นที่ฐานและวัตถุดิบที่คล้ายคลึงกัน ปรับเปลี่ยนวัตถุดิบไปตามฤดูกาลและท้องถิ่นเท่านั้นค่ะ อย่างขนมตระกูลจำพวก ขนมตาล ขนมมัน ขนมเผือก ฯลฯ เหล่านี้มีพื้นฐานที่คล้ายกันมาก ต่างกันที่วัตถุดิบหลักนั่นเอง วันนี้จะมาชวนคุณผู้อ่านทำ “ขนมเผือก” ไว้ทานเองในบ้านค่ะ หรือจะทำขายก็รับรองว่ากำไรแน่นอน มาลองดูสูตรกัน



ส่วนผสมขนมเผือก

1.เผือกนึ่งสุกบดหยาบๆ 2 ถ้วย

2.หัวกะทิ 1 ถ้วย

3.น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย

4.แป้งข้าวจ้าว 1/2 ถ้วย

5.แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ

6.แป้งท้าว 2 ช้อนโต๊ะ

7.มะพร้าวทึนทึกขูดเป็นเส้น 3/4 ถ้วย

8.เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

9.ใบตองสำหรับทำกระทง 25 ใบ หรือ ใส่ถ้วยตะไลก็ได้ค่ะ



วิธีทำขนมเผือก

- ผสมแป้งข้าวจ้าว แป้งมัน แป้งท้าว หัวกะทิ น้ำตาล และเกลือเล็กน้อย คนส่วนผสมให้เข้ากันดี หลังจากนั้นใส่เผือก และมะพร้าว 1/2 ถ้วยลงไป นวดส่วนผสมให้เข้ากัน พักไว้ 20 นาที

 

- นำมะพร้าว 1/4 ถ้วย คลุกเกลือเล็กน้อย (ใช้โรยหน้าขนม)

 

- ตักเผือกที่ผสมไว้ใส่กระทง โรยหน้าด้วยมะพร้าวคลุกเกลือ นำไปนึ่งบนน้ำเดือด 25 นาที หรือจนสุก สังเกตุได้จากแป้งจะมีลักษณะใสขึ้นค่ะ



ขอบคุณภาพและสูตรอาหารจากคุณ Supaporn Kumnodnae

 

สำหรับคนที่ชอบรสชาติน้ำจิ้มสุกี้แบบร้าน MK แต่ไม่มีเวลาไปทานบ่อย ๆ  อยากทำกินเองที่บ้านบ้าง  มาเลยค่ะ วันนี้แอดมินไปเฟ้นหาสูตรมาจากคุณ Mr Trin สมาชิกเวปไซต์พันทิป  ได้แนะนำสูตรไว้อย่างละเอียดทุกขั้นตอนเลยค่ะ  ทำเก็บไว้ทานเองแบบนี้ประหยัดเงินไปได้เยอะเลยนะคะ มาดูกันเลย




วัตถุดิบที่ใช้ในการทำน้ำจิ้มสุกี้

– กระเทียมดอง

– ผักชีฝรั่ง

– กระเทียม

– ซอสหอยนางรม ซอสพริก ซีอิ้วขาว

– น้ำมันงา น้ำส้มสายชู เต้าหู้ยี้

– ซอสมะเขือเทศ น้ำตาล  พริกแดง

– ผักชี และ งาขาวครับ



 

ขั้นตอนการทำน้ำจิ้มสุกี้

  1. เทซอสพริกทั้งขวดลงในกระทะ หรือหม้อ ตามปริมาณที่ต้องการทำน้ำจิ้ม

  2. เทน้ำส้มสายชูลงไป 3 ทัพพี

  3. เทซอสมะเขือเทศลงไป 1 ทัพพี

  4. ใส่ซีอิ้วขาว 3 ทัพพี

  5. ซอสหอยนางรม 1 ทัพพี

  6. น้ำกระเทียมดอง 2 ทัพพี

  7. น้ำตาลทราย 3 ทัพพี

  8. นำพริกแดง 9 ลูกและกระเทียม 6 กลีบ มาโขลกให้เข้ากันจนแหลกครับ

  9. จากนั้นใส่เต้าหู้ยี้ 4 ชิ้นพร้อมน้ำของมันลงไป ตามภาพครับ

  10. บดขยี้และตำทุกอย่างจนเข้ากัน จากนั้นตักใส่ในกระทะครับ คนให้เข้ากันแล้วตั้งทิ้งไว้

  11. ใช้งาขาวประมาณ 1 กำมือ คั่วด้วยไฟอ่อนๆ จะได้กลิ่นหอม และสีดังภาพ

  12. ซอยผักชีและผักชีฝรั่งเตรียมไว้ ดังภาพ

  13. กลับมาที่ส่วนผสมบนกระทะ ตั้งไฟอ่อนๆ แล้วคนให้ทั่ว

  14. คนไปเรื่อยๆ รอจนกระทั่งเดือดแบบนี้แล้วจึงปิดไฟได้เลยครับ

  15. ใส่งาขาวคั่วที่บดแล้วในครกลงไป บดพอแหลกนะครับไม่ต้องละเอียดมากเพราะเดี๋ยวเรามีตัวช่วยปรุงกลิ่นครับ

  16. ใส่น้ำมันงา 2 ทัพพี ลงไปครับ

  17. เมื่อทุกอย่างอยู่รวมกันแล้วก็ค่อยๆคนนะครับ ไม่ต้องกลัว ทุกอย่างจะเข้ากันเป็นอย่างดีไม่แยกชั้นแน่นอนครับแม้ว่าจะแช่ในตู้เย็นก็ตาม

  18. ใส่ผักชีและผักชีฝรั่งที่ซอยไว้ แล้วคนให้เข้ากัน




เมื่อเสร็จแล้วเราก็จะได้น้ำจิ้มสุกี้สุดอร่อย ที่ทำรับประทานเองได้ที่บ้าน วิธีทำไม่ยากเลยใช่มั้ยครับ เพื่อนๆลองเอาสูตรนี้ไปทำกันดู

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : http://pantip.com/topic/32295229

 

หัวใจสำคัญของอาหารประเภทยำแซ่บนี่เห็นจะไม่พ้น “น้ำยำ” นั่นเองค่ะ  ใครที่โปรดปรานอาหารจำพวกยำนี้อยู่ แต่ปรุงเองเท่าไรก็ไม่ถูกใจเหมือนร้านทำให้สักที  วันนี้มาลองทำตามสูตรนี้กันดูไหมคะ  ง่าย อร่อยร้องว้าวเลยค่ะ  เอาไปเปิดร้านขายได้เลยด้วย มาลงมือกัน




ส่วนผสม

  • น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำกระเทียมดอง 1 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำมะนาว 6 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

  • ซอสมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะ

  • พริกแดงสับ 2 ช้อนโต๊ะ

  • กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ

  • ผงปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ


 

วิธีทำ

  • นำภาชนะมาตักน้ำเปล่าใส่ 2 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำกระเทียมดอง 1 ช้อนโต๊ะ

  • บีบน้ำมะนาวใส่ 6 ช้อนโต๊ะ

  • กลมกล่อมด้วยน้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ

  • หวานหอมด้วย น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

  • ซอสมะเขือเทศเป็นเคล็ดลับ...น้ำยำเทวดา เพื่อช่วยสร้างสีสรรค์ให้อาหารทุกชนิด สีสด สวย 1 ช้อนโต๊ะ

  • ผงปรุงรส...จะใส่หรือไม่ใส่..ก็ได้ เพราะไม่เน้น

  • ใส่กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ

  • ตามด้วยพริกสับ 2 ช้อนโต๊ะ ถ้า 3 ช้อนโต๊ะใช้ช้อนคนให้ส่วนผสมเข้ากัน

  • เปิดไฟใช้ความร้อนปานกลาง เคี่ยวส่วนผสม พอน้ำยำเดือดจับเวลา 2 นาที

  • ต้องหมั่นคนอยู่ตลอดเวลา กลัวเดือดฟู ...ล้นภาชนะ

  • ปิดไฟใช้ได้แล้ว " น้ำยำ เทวดา สารพัดนึก "

  • รอให้เย็นสักพัก เทใส่ขวด..นำเข้าตู้เย็นเก็บไว้ใช้..


 

เคล็ดลับปรุงน้ำยำ

  • ควรใช้มะนาวแท้ ที่สำคัญที่สุด ขอให้เป็นมะนาวแท้ๆ เป็นลูกๆนะคะ ส่วนตัวเราว่า อร่อยมากกว่า มะนาวเทียม น้ำส้มสายชู

  • เวลาทำน้ำยำ ขอแนะนำให้ใช้น้ำเชื่อมแทนน้ำตาลทราย เพราะเวลาผสมแล้วจะเข้ากันได้ดีกับน้ำปลาและมะนาว ไม่ต้องเสียเวลารอให้น้ำตาลละลายด้วย

  • น้ำเชื่อมที่ใช้ไม่ต้องเคี่ยวให้เหนียวหนึบ เพียงแต่ให้ข้นหน่อย ใช้แทนผงชูรสไปด้วยในตัวสำหรับคนที่ติดผงชูรส

  • วิธีก็คือใส่น้ำปลากับมะนาวให้เท่าๆกันก่อน จะเป็นเท่าไหร่ก็แล้วแต่ว่าปริมาณอาหารที่จะยำมากน้อยแค่ไหน เมื่อได้ปริมาณแล้วให้ใส่น้ำมะนาวเพิ่มลงไปอีกประมาณ 1-2 หน่วยของอุปกรณ์ที่ใช้ตัก

  • ปรกติถ้ายำกินที่บ้านจานเดียว ก็ใส่น้ำปลา 3 ช้อน น้ำมะนาว 5 ช้อนค่ะ ส่วนน้ำเชื่อมจะใส่มากหรือน้อยก็ต้องชิมเอาค่ะ เพราะขึ้นอยู่กับความหวานที่แต่ละคนใช้

  • ข้อสำคัญอุปกรณ์ที่ใช้ตักน้ำปลาและน้ำมะนาวต้องเป็นอันเดียวกันนะคะ

  • จะได้ตักได้เท่าๆกัน ในการทำครั้งแรกคงต้องลองตวงแล้วชิม จนกว่าจะได้รสชาติของตัวเอง จากนั้นจำไว้ให้ขึ้นใจเลยค่ะ

  • แต่ถ้าไปทำกินที่อื่นก็ใช้หลักการนี้แหละค่ะ ขั้นแรกต้องเท่ากันก่อน จากนั้นเติมส่วนที่ต้องการให้มีรสนำลงไปเพิ่ม


 

โดย: แม่เจเจ www.pantown.com

ขอบคุณข้อมูลสูตรน้ำยำ จากเว็บรวมกระทู้ โดย คุณ Three days before Valentine's

ใครที่กำลังเล็งๆ อยากเปิดร้านหมูกระทะ  วันนี้สมใจแล้วค่ะ แอดมินนำเอาสูตรหมักหมู-เนื้อสูตรเด็ด ๆ มาฝากกันถึง 5 สูตรในโพสต์นี้โพสต์เดียวเลยนะคะ  หรืออาทิตย์ไหนว่าง ๆ กันจะหมักทานกันเองในบ้านก่อนก็ได้ค่ะ มาลองทำทานกันได้เลย



สูตรงา


วัตถุดิบ

  • เนื้อหมู/เนื้อไก่/เนื้อวัว อย่างละ 2 กิโลกรัม

  • ผงฟู 1 ซอง

  • ไข่ไก่ (เนื้อเยอะใช้ไข่ประมาณ 5 ฟอง เนื้อน้อยใช้แค่ 3 ฟองก็ได้)

  • งาขาว 1 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

  • ซอสภูเขาทอง 2 ช้อนโต๊ะ

  • ผงชูรส นิดหน่อย แล้วแต่ชอบ


 

วิธีการหมัก

  • แล่เนื้อสัตว์ให้เป็นชิ้นบางๆ

  • ใส่ผงฟู ไข่ไก่ และงาขาวลงไป

  • ตามด้วยซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส และผงชูรส

  • จากนั้นใส่น้ำปลาลงไป แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 3-4 ชั่วโมง


 

*********************************************

 

สูตรนุ่ม


วัตถุดิบ

  • เนื้อสัตว์เนื้อแดงล้วน 0.5 กก.

  • แป้งข้าวโพด หรือ แป้งมัน 3 ชต.

  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

  • เกลือ 1 ช้อนชา

  • น้ำมันงา หรือน้ำมันพืช,น้ำมันรำข้าว,น้ำมันดอกทานตะวัน ฯลฯ ยกเว้นน้ำมันมะพร้าวนะ จะทำให้หมูเสียรสชาติ 1 ชต.

  • พริกไทยป่น ตามชอบ


 

วิธีการหมัก

  • หั่นน้ำสัตว์ตามลายเส้นบางประมาณ 3-5 มิล. ไม่ควรหนาเกินนี้

  • คลุกเนื้อสัตว์กับ น้ำตาล เกลือ น้ำมัน และพริกไทยป่นให้เข้ากัน ทุกอย่างกะเอาตามชอบ

  • เติมแป้งแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน เติมน้ำเปล่าซัก 2 ชต. พอให้มันแฉะๆ

  • นำน้ำมันใส่ถุง หรือกล่องที่มีฝาปิด เข้าตู้เย็น หมักทิ้งไว้ 1 ชม. หรือข้ามคืนได้ยิ่งดี ความนุ่มของเนื้อสัตว์ขึ้นอยู่กะระยะเวลาในการหมักและความหนาของเนื้อสัตว์


 

********************************************************

 

 สูตร คลาสสิค (หมูดั้งเดิม)


วัตถุดิบ

  • เนื้อสัตว์ 1 กิโลกรัม

  • น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ

  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ

  • ผงปรุงรส/ผงชูรส แล้วแต่จะใส่

  • น้ำมัน งา 1 ช้อนโต๊ะ

  • ถ้าชอบกินงา ก็ใสงาคั่วพอหอมๆหน่อยนึง


 

วิธีการหมัก

  • แล่เนื้อสัตว์ให้เป็นชิ้นบางๆ

  • นำเนื้อสัตว์และส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน ทิ้งไว้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง


 

***************************************************

 

สูตรเกาหลี


วัตถุดิบ

  • เนื้อสัตว์ ประมาณ 300 กรัม

  • ซอสถั่วเหลืองเกาหลี 5 ช้อนโต๊ะ (สามารถใช้โชยุของญี่ปุ่นแทนได้ แต่ถ้าใช้ซอสถั่วเหลืองของไทยให้ผสมน้ำเปล่าไปเจือจางประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ)

  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ

  • พริกไทยป่นนิดหน่อย ประมาณครึ่งช้อนชาเท่านั้น

  • กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ

  • ขิงสับ 1 ช้อนชา

  • เนื้อลูกแพร์หรือเนื้อผลสาลี่สับละเอียด 2+3 ช้อนโต๊ะ (รวมเป็น 5 ช้อนโต๊ะ)

  • หอมหัวใหญ่สับ 2 ช้อนโต๊ะ

  • ไวน์ขาว/บรั่นดี/เหล้าจีน อย่างใดอย่างหนึ่ง 2 ช้อนโต๊ะ (ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องใส่)

  • น้ำโซดา 1/3 ถ้วย หรือประมาณ 75 มิลลิลิตร (จริงๆ ก็ไม่จำเป็น แค่เป็นตัวช่วยให้เนื้อที่หมักนุ่มเร็วขึ้น ใช้เวลาหมักน้อยลง ซึ่งสูตรดั้งเดิมจะไม่มีตัวนี้)


 

วิธีการหมัก

  • แล่เนื้อสัตว์ให้เป็นชิ้นบางๆ

  • หมักเนื้อสัตว์ด้วยเนื้อลูกแพร์สับ 2 ช้อนโต๊ะ, หอมหัวใหญ่สับ 2 ช้อนโต๊ะ, ไวน์หรือเหล้า 2 ช้อนโต๊ะ แล้วทิ้งไว้หนึ่งชั่วโมง ขั้นตอนนี้หากอยากได้เร็วขึ้นมาหน่อยให้ใส่น้ำโซดาลงไปหมักด้วยจะใช้เวลาประมาณหมัก 30-40 นาที แต่มีข้อเสีย คือกลิ่นหอมของเครื่องหมักจะลดลง


 

หลังจากที่หมักเนื้อไว้ชั่วโมงนึงแล้ว ให้เอาส่วนผสมทั้งหมดที่เหลือมาผสมรวมกันจากนั้นนำไปเทผสมรวมกับเนื้อที่หนักไว้ คลุกเค้าให้เข้ากันแล้วแช่ตู้เย็นหมักทิ้งไว้อีกสามชั่วโมงหรือถ้าไม่รีบก็สามารถทิ้งไว้ข้ามคืนแล้ววันรุ่งขึ้นก็นำมาทำอาหารได้ จะเอาไปปิ้ง ย่าง หรือผัดเป็นบุลโกกิได้เลยโดยแทบไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่มแล้ว คนไทยอาจจะเติมเกลือหรือน้ำตาลทรายเพิ่มอีกนึดหน่อยเพื่อปรับรสตามชอบ

 

***************************************************

 

สูตรบาร์บีคิว


วัตถุดิบ

  • หมู 1/2 กิโลกรัม

  • เกลือป่น 1 ช้อนชา

  • พริกไทยดำป่น 1 1 /2 ช้อนชา

  • วูสเตอร์ซอส 3 ช้อนโต๊ะ

  • ซอสแม็กกี้ 2 ช้อนโต๊ะ

  • มัสตาร์ดผง 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ

  • เนย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

  • ซอสมะเขือเทศ 1 1 /2 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำซุป 1/2 ถ้วย

  • สับปะรดหั่น 1 ถ้วย


 

วิธีหมัก

  • แล่เนื้อสัตว์ให้เป็นชิ้นบางๆ

  • นำส่วนผสมทั้งหมดคลุกเคล้ารวมกัน หมักประมาณ 3-5 ชั่วโมง


 

**************************************************************

ขอบคุณข้อมูลจาก : คุณ "@-ENYA คุณ "Mitsuaki"

คุณ "hansollemel"  คุณ "baokalasin" สมาชิกเว็บไซต์พันทิป

http://www.thaijobsgov.com/jobs=38981

สำหรับคนที่ชอบทานไข่เค็มอร่อย ๆ  อย่ามัวแต่ไปซื้อทานเลยค่ะ มาลงมือทำกันเองในก้นครัวดีกว่า ทำง่ายมากๆ เลยนะคะ  ทำทานอร่อยแล้วยังทำขายได้อีกด้วยค่ะ มาดูสูตรกันเลย




 

1.ล้างไข่เป็ดให้สะอาด

2.นำดินเหนียวที่มีการทุบอย่างละเอียดมาใส่กะละมังที่เตรียมไว้ ตวงดินเหนียวใส่กะละมัง ประมาณ 3 ถ้วย จากนั้นเทน้ำลงไปผสมกับดิน คนให้เข้ากันจนเหนียว

3.ใช้ถ้วยตวงเกลือใส่ตามลงไปอีก 1 ถ้วย ผสมเกลือกับดินเหนียวให้เข้ากัน

4.นำแกลบดำลงไปในกะละมังเปล่า จากนั้นนำไข่เป็ดที่ล้างเสร็จแล้วชุบลงไปในกะละมังที่ผสมเกลือกับดินเหนียว และย้ายไปชุบในกะละมังที่มีแกลบดำอยู่ คลุกแกลบดำให้หุ้มไข่เป็ด โดยไม่ให้เห็นดินที่ชุบ

5.นำไข่ที่ปั้นเสร็จแล้วใส่ถุงพลาสติก ขนาด 4 x 6 พับก้นถุงปิดด้วยเทปใส พร้อมกับขมวดปากและปิดด้วยเทปใสให้เรียบร้อย

6.จากนั้นนับจากวันที่ผลิตไปอีก 7 วัน ไข่จะเริ่มมีความเค็มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงมีรสชาติพอดี ซึ่งนำไปบริโภคเป็นไข่ดาวเค็มได้ หรือจะรอให้ครบ 2 อาทิตย์ แล้วนำไปต้ม เพื่อนำไปกินกับข้าวต้มซึ่งนิยมโดยทั่วไปแบบนั้นก็ได้ ทั้งนี้ ไข่เข็มสามารถมีได้อายุนานถึง 3 เดือน นับจากวันที่ผลิตซึ่งถือว่ามีอายุได้นานกว่าการเก็บไข่แบบสด ๆ มาก

 

ขอบคุณข้อมูลจาก เกษตรกรก้าวหน้า และ thaijobsgov / เครดิตภาพ : http://www.readmii.com

 

มาถึงสูตรอาหารทำมาหากินยอดฮิตกันอีกสักเมนูนะคะ วันนี้แอดมินเอาใจคนรักเส้นอีกเช่นเคย กับสูตร “น้ำซุปก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นบางรัก”  สูตรนี้เด็ดมาก มาจากเจ้าของร้าน คุณกุหลาบ ธาราชัย โดยตรงเลยค่ะ  แต่ถ้าใครไม่อยากทำจะลองแวะไปซิมที่ใต้สะพานตากสิน ทางขึ้นรถไฟฟ้า BTS ก็ได้นะคะ แต่ถ้าอยากทำทานเอง ก็มาลงมือกันค่ะ




เครื่องปรุง สำหรับน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นบางรัก

1.กระดูกสันหลังหมู (เอียเล้ง) 3 กิโลกรัม

2.กระดูกตะโพกหมู(คาตั๊ง) 3 กิโลกรัม

3.อบเชยหักเป็นท่อน 5 ท่อน

4.โป๊ยกั๊ก 10 ดอก

5.ซีอิ๊วดำหวาน 3 ทัพพี

6.เกลือป่น 1 ทัพพี

7.พริกไทยดำเม็ดโขลกหยาบ ๆ 1 ทัพพี

8.น้ำสะอาด 1 หม้อ

 

วิธีทำน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นบางรัก

1.ใส่กระดูกสันหลังหมูและตะโพกหมูลงในหม้อ เติมโป๊ยกั๊ก อบเชย เกลือป่น ซีอิ๊วดำหวาน พริกไทยเม็ดโขลกตามลงไป

2.เติมน้ำสะอาดลงไปจนเกือบเต็มหม้อ แล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อนนาน 1 ชั่วโมง จะได้น้ำซุปหวานน้ำต้มกระดูก หอมอบเชยโป๊ยกั๊ก

 

วิธีการทำหมูตุ๋น

ใช้หมูตรงเนื้อตะโพก ต้มกับอบเชย โป๊ยกั๊ก ซีอิ๊วดำหวาน และน้ำตาลทรายเคี่ยวเพียงชั่วโมงครึ่ง หมูจะเปื่อยนุ่มน่ากิน

 

เครื่องปรุงน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว

1.กระดูกซี่โครงหมู 2 กิโลกรัม

2.พริกไทยเม็ดตรามือโขลกหยาบ ๆ 2 ช้อนโต๊ะ

3.เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ

4.รากผักชี 4 ราก

5.น้ำตาลทรายขาว 1 ทัพพี

 

วิธีทำ

นำเครื่องปรุงทั้งหมดใส่หม้อก๋วยเตี๋ยว เติมน้ำสะอาดให้เต็มแล้วต้มเคี่ยวด้วยไฟอ่อน ๆ 1 ชั่วโมง

จะได้น้ำซุปก๋วยเตี๋ยวเรือหอมหวานน้ำต้มกระดูก

 

เครื่องปรุงหมักหมูสดและหมูบะช่อ

1.เนื้อสันนอกหมู 1 กิโลกรัม

2.ซีอิ๊วขาว 4 ช้อนโต๊ะ

3.พริกไทยป่นตรามือ 1 ช้อนโต๊ะ

4.น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

5.ผงหมักเนื้อนุ่มโชตธนโชติ 1 ช้อนโต๊ะ

 

วิธีทำ

หั่นเนื้อหมูเป็นชิ้นพอคำ ใส่เครื่องปรุงลงไปเคล้าด้วยแล้วหมักทิ้งไว้ในตู้เย็ น 1 ชั่วโมง จึงนำหมูไปลวกให้สุก จะได้เนื้อหมูสดนุ่มรสอร่อย ถ้านำไปสับละเอียดเป็นหมูบะช่อใส่ก๋วยเตี๋ยวก็ได้ ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวถั่วงอกใส่ชาม ใส่หมูสดเนื้อนุ่ม ลูกชิ้นปลา ฮื่อก๊วย กุ้งแห้ง ลวกหมูบะช่อกับน้ำซุปราดบนเส้นอร่อยสุด

ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นบางรัก มีหมูตุ๋นนุ่ม ๆ หมูสด ตับหมู และลูกชิ้นหมู ให้เลือก ขายชามละ 25 บาท พิเศษ 35 บาท โทร.08-6905-7671..อย่าลืมแวะไปชิมนะครับ

 

ขอบคุณภาพและสูตรอาหารจาก ขุนขยับ แม่มะลิ เดลินิวส์ออนไลน์ และ kuaytiew

แนะนำสูตรอาหารคาวมาเยอะแล้ว  มาดูสูตรเด็ดของหวานหรืออาหารว่างกันบ้างค่ะ วันนี้แอดมินนำสูตร “กล้วยปิ้งมะพร้าวอ่อน” มาฝากค่ะ  สูตรนี้หอมฟุ้งทั่วซอย ทานอร่อยติดใจทุกคน จะทำทานกันเองในครอบครัวก็เลิศ หรือจะทำขายก็ดี  รับรองลูกค้าเข้าคิวรอกันแน่นอน มาดูสูตรนี้กันเลยค่ะ




ส่วนผสม

  • กะทิอร่อยดี 1 กล่อง 250 ml.

  • น้ำตาลปี๊ป ใช้ประมาณ 100 กรัม หรือแล้วแต่ชอบ

  • เกลือนิ้ดดดดนึง ปลายช้อน

  • เนย 1 1/2 ชต.

  • เนื้อมะพร้าวอ่อน


 

วิธีทำ

  • เคี่ยวทุกอย่างเข้าด้วยกัน เคี่ยวไปเรื่อยๆด้วยไฟอ่อน จนเริ่มเหนียว ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อน เคี่ยวต่ออีกประมาณ 2 นาที ปิดไฟ น้ำกะทิจะซึมในเนื้อมะพร้าวอ่อน ทิ้งไว้ให้เย็นจะเหนียวเพิ่มอีก

  • กล้วยใช้กล้วยน้ำว้า เหลืองแข็ง หั่นเป็นชิ้นๆ จี่ในกระทะเทปล่อน จี่เสร็จใส่ถุง ใช้ไม้หรือสากหรือขวด ทุบเบาๆ จัดใส่จาน ราดด้วยน้ำกะทิ


 

ขอบคุณเนื้อหาจาก thaijobsgov

 

Categories

Unordered List

Sample Text

Blog Archive

Popular Posts

Recent Posts

รวมเมนูอาหารไทย สูตรอาหารไทย อาหารไทยง่ายๆ สอนทำอาหารไทย กับข้าว ง่ายๆ อาหารไทยมีอะไรบ้าง เมนูต้ม ผัด แกง ทอด นึ่ง ย่าง มากมาย เมนูหมู ปลา ไก่ หมึก กุ้ง หอย อาหารไทย.

Text Widget